Micro Influencer ยังเวิร์คไหม

     นักการตลาดหลายๆคนคงเคยได้ยินคำว่า Micro influencer หรือเคยใช้ Micro influencer ในการสื่อสารสร้างรีวิวต่างๆเพื่อขายสินค้า หรือโปรโมทเเบรนด์ตัวเองมาบ้าง ซึ่งตลาด Micro influencer นั้นมีการเติบโตสูงมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จนเเทบจะเรียกว่า เป็นอาชีพของคนยุคใหม่เลยก็ว่าได้ ใครๆก็อยากรับงานรีวิวที่ทั้งสร้างรายได้เเละบางครั้งก็ได้รับสินค้าต่างๆมาใช้ฟรีๆ เป็นต้น เเละเมื่ออะไรก็ตามที่บูมมากๆ จนถึงจุดสูงสุด ก็จะเริ่มเข้าสู่ช่วงชะลอตัวหรือถดถอย ทั้งฝั่งเอเจนซี่ที่ทำธุรกิจหา micro influencer ให้กับเเบรนด์ , ฝั่งเเบรนด์ที่ได้ลองใช้งานมาสักพัก เเละฝั่งของตัว Micro influencer เอง วันนี้เเอดมินจะมาเเชร์ประสบการณ์ส่วนตัวในการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ Micro influencer ให้กับทุกคนที่สนใจไว้เป็นเเนวทางความรู้เบื้องต้น เพื่อนำไปประยุกค์ใช้กับตัวเองได้ โดยขอเเบ่งเป็น 2 phase ที่สำคัญ คือ ปัจจัยที่ทำให้ Micro influencer เข้าสู่การชะลอตัว เเละสุดท้ายถ้าจะใช้จะยังเวิร์คหรือไม่อย่างไร (บทความนี้อาจจะเหมาะกับผู้ที่เข้าใจเรื่อง Influencer marketing มาบ้างเเล้วเบื้องต้น) 

Creatopia Space content 2

ปัจจัยที่ทำให้ Micro influencer เข้าสู่ช่วงชะลอตัวเเละถดถอย

เเบ่งเป็น 3 ประเด็นสำคัญ คือ 

1) เพราะตัว Micro influencer เอง : เมื่อกระเเสของการรีวิวกลายเป็นพฤติกรรมพื้นฐานของคนในสังคมปัจจุบันไป เราจะเห็นได้โดยทั่วไปในสื่อ social media ที่ทุกคนจะทำการรีวิวชีวิตประจำวันของตัวเองจนเป็นเรื่องปกติ การรีวิวจึงกลายมาเป็นวัฒนธรรมในการใช้ชีวิตอย่างหนึ่งของคนยุคใหม่ ทั้งในเเง่ของการทำตามกระเเส ทำตามไลฟสไตล์ตัวเอง หรือทำเป็นอาชีพหารายได้เสริมต่างๆ จนเกิดการจ้างงานรีวิวขึ้นจากเอเจนซี่ต่างๆ มากมาย Micro influencer บางคนเริ่มหันมารับงานรีวิวกันมากขึ้น โดยมีรูปเเบบพฤติกรรมเพื่อหารายได้เป็นหลัก ต่างจากสมัยก่อนที่ยังรีวิวในสิ่งที่ตัวเองอยากรีวิวจริงๆ เท่านั้น เมื่อเกิดการรับงานโดยไม่อินกับการใช้สินค้าเเละบริการนั้นจริงๆ ทำให้เนื้อหา content ที่ถูกสร้างออกมาไม่มีความน่าเชื่อถือ ดูไม่ใช่ตัวตนของเค้าจริงๆ คนรอบข้างที่เห็นก็รู้ว่ารับงานรีวิวมา เพราะเจ้าตัวไม่น่าจะใช้สินค้าเเละบริการเเบบนี้ได้ เข้ามาเเซวมาจิกกัด ทำให้ content นั้นดู fake เเละเเบรนด์ที่จ้างไม่ได้อะไรนอกจาก ความเป็น Ads ชิ้นหนึ่งจากคนที่มีฐานผู้ติดตามไม่มากนัก เมื่อเทียบ ROI ในการลงทุนกับการยิงเเอดตรงๆ จึงให้ความรู้สึกว่า ไม่คุ้มค่า 

หลายๆเเบรนด์จึงหันไปทุ่มกับ Macro influencer ที่มีผู้ติดตามเยอะกว่า เเละทำ content ได้ดีกว่าเพื่อผลลัพธ์ที่รวดเร็วในเชิงธุรกิจเเละตัวเลข ที่สำคัญช่วงหลังๆ Micro influencer มีการสร้างโปรไฟล์ขึ้นมาเพื่อรับงานรีวิวตรงเเยกกับโปรไฟล์ส่วนตัว ทำให้ความน่าสนใจจ้าง Micro influencer ลดลงไปอีกเพราะ การใช้ Micro influencer รีวิว คือ การใช้ความเป็นคนคนนั้นให้รีวิวบนช่องทางปกติที่เค้าใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อเข้าถึงกลุ่มเพื่อนๆ คนรอบข้างของเค้านั้นเอง

2) เพราะเเบรนด์เริ่มชิน เเละไม่เห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ : เเบรนด์ที่ใช้ Micro influencer มาสักพักจะเริ่มชินกับรูปเเบบกลยุทธของการรีวิว ความไม่หลากหลายของรูปเเบบการรีวิวทำให้เเบรนด์รู้สึกเบื่อ (ยกตัวอย่างการรีวิวด้วย Micro influencer เช่น ภาพถ่ายคู่กับสินค้า ภาพไปยืนยังสถานที่ของเเบรนด์ ภาพจับสินค้าเเล้วหันมามองกล้อง) เเบรนด์รู้สึกว่า content ในตลาดที่จะสร้างความน่าสนใจได้มักจะเกิดจาก Macro influencer หรือสาย Creator จริงๆ มากกว่า ที่สามารถสร้างเนื้อหาเรื่องราวที่ดึงดูด การใช้คนทั่วไปมาถือสินค้า ความ impact เมื่อเทียบกับดาราถือมันต่างกันมาก สิ่งนี้ทำให้เเบรนด์รู้สึกว่า รูปเเบบ content ที่ซ้ำไปมาเเละดูไม่ real ไม่สามารถสร้างเเรงจูงใจในการซื้อได้มากพอกับเม็ดเงินที่เสียไป 

เพราะ Micro influencer ต้องใช้ครั้งละหลายๆ คนถึงจะมี KPI ที่เทียบเท่ากับการใช้ Macro influencer เพียงคนเดียว เเถมยังบริหารจัดการได้ยุ่งยากกว่า ถ้าไม่ใช้ platform มาสั่งงาน ที่สำคัญบ่อยครั้งที่เเบรนด์พบว่า comment ของคนที่ติดตาม Micro influencer มาเพียงเพื่อเเซว คุยเล่นกับ Micro influencer คนนั้น เช่น รับงานรีวิวนิเธอ, เเห๋ม influencer, ทำไมเเกอยู่ๆก็มาสนใจเรื่องนี้ได้ละ เป็นต้น ทำให้เเบรนด์รู้สึกว่า ไม่ได้อะไรนอกจากเป็น Human Ads อย่างหนึ่งที่มีราคาสูงเมื่อเทียบกับ Ads จาก Programmatic ทั่วไปที่กำหนด objective ได้ตรงๆ เเละได้ KPI ตามนั้นเลย

3) เพราะผู้เล่นในตลาดธุรกิจ Micro Influencer มีมากขึ้น : หลายๆ เอเจนซี่เริ่มหันมาทำธุรกิจจ้าง Micro influencer รีวิวสินค้าให้เเบรนด์มากขึ้น ทั้งในรูปเเบบ Platform ที่รวบรวม Micro influencer ไว้ในระบบให้เเบรนด์มาเลือกใช้ หรือเเบบ Manual ติดต่อดิลตรงหาคนมารับงานผ่านการโพสต์งานใน Facebook group, Line open chat, Inbox เเละ Email marketing เป็นต้น ทำให้เกิดสงครามราคา เเละการเเข่งขันที่สูงกว่าเเต่ก่อนมาก จนอาจจะมีหลายๆ เอเจนซี่ที่ถอยใจกลับไปทำรูปเเบบการตลาดอย่างอื่นเเทนเพราะไม่คุ้มค่ากับ Man-hour ที่เสียไป ส่วนเจ้าใหม่ๆ ก็เข้ามาทำให้เพดานราคาของ Influencer marketing ผิดเพี้ยนไป รวมไปถึงคุณภาพของการทำงานที่เเย่จนทำให้ทั้งฝั่งเเบรนด์ เเละ Micro influencer รู้สึกไม่พอใจ เป็นต้น 

4) เพราะไม่ได้ยอดขาย : ส่วนนี้เป็นสิ่งที่เเบรนด์ต้องการมากที่สุด การทำรีวิวเพียงเพื่อ Awareness ไปเรื่อยๆ อาจจะไม่ใช่ focus หลักของเเบรนด์ในยุคเศษรฐกิจไม่ดีอีกต่อไป ยอดขายเป็นสิ่งสำคัญ ต้องยอมรับว่า ช่วงเเรกๆ การตลาดเเบบ Micro influencer review สร้างความฮือฮา เเละยอดขายได้ไม่น้อยกับหลายเเคมเปญของเเบรนด์ต่างๆ เช่น Daniel Wellington, Milo cube, โรตีบอย เเละอื่นๆ ที่เคยสร้างชื่อเอาไว้ด้านกระเเสเเละยอดขาย เเต่ความ Wow เเบบนั้นก็หมดไปในยุคหลังๆ ซึ่งเรามักพบว่า Macro influencer กลับสร้าง Traffic ไปซื้อสินค้าหรือออเดอร์ได้มากกว่าในเวลาอันสั้น เช่น การใช้ บังฮาซัน, พิมรี่พาย, Sales Here เเละอื่นๆ เป็นต้น ทำให้ให้เเบรนด์ที่ใจร้อน หรือมีช่วงเวลาโปรโมทสั้นๆมักหันไปใช้บริการจาก Macro influencer กันเยอะมากขึ้น ผสมกับการยิงเเอด boost post เข้าไปยิ่งทำให้ได้ KPI ที่รวดเร็วกว่า Micro influencer ที่ boost post ไม่ได้อีกด้วย

นี่คือปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้การใช้ Micro influencer กับธุรกิจเริ่มชะลอตัว เเละถดถอยลงกว่าเมื่อก่อนมาก เเต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่า ควรหยุดใช้เเล้วไปทำการตลาดด้วย Macro influencer กับดาราล้วนๆ เเทนทั้งหมด เพราะยังมีสิ่งที่ Micro influencer ทำได้เท่านั้นอยู่ด้วย เช่น การเข้าถึงเพื่อนๆ เเละคนรอบตัวเค้า เเบบที่การยิงเเอดอาจจะเข้าไปถึงทั้งหมด , การที่ได้ในเรื่องของมุมมอง content จากผู้บริโภคจริงที่ไม่ใช่ดารา หรือคนดังมารีวิว เเละค่าใช้จ่ายที่ยังถูกกว่าการใช้ดาราเเละคนดังพอสมควร เเอดมินก็มีเเนวทางเเนะนำว่าใช้งาน Micro influencer ให้คุ้มค่าเเละเหมาะสมมาฝากทุกคน ดังนี้

Micro Influencer ยังเวิร์คไหม ในยุคที่ influencer เกลื่อนเมือง
ใช้ Micro influencer ยังไงให้เวิร์ค ให้ปัง

เลือก Micro influencer ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย : เนื่องจาก Micro influencer profile เราไม่สามารถเช็ค Demographic ได้เหมือน Facebook page, IG business, Twitter ทำให้เราต้องเลือกโดยการดูจากภาพลักษณ์ เเละข้อมูลที่เค้าเเจ้งมาให้เป็นหลัก เช่น อายุ, หน้าที่การงาน, lifestyle เเละตัวอย่างผลงาน เพราะฉะนั้นเเล้วถ้าเเบรนด์เรามีกลุ่มเป้าหมายอย่างไร ก้เลือกใช้ Micro influencer ที่ใกล้เคียงกับลูกค้าเรานั้นเอง เช่น เราขายรถหรู Micro influencer ที่ใช้ก็ควรเป็นสายที่สนใจเรื่องรถยนต์, ภาพลักษณ์ดู high profile, หน้าที่การงานดี เพราะเราหวังว่า กลุ่มเพื่อนหรือคนรอบตัวเค้าจะเป็นเเนวเดียวกับเค้าเช่นกัน ซึ่งน่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เเบรนด์ต้องการให้เห็นรีวิวจากเค้า เป็นต้น เเต่ถ้าเราใช้ platform Influencer marketing ที่เป็นระบบก้จะช่วยให้การเลือก Micro influencer ได้ง่ายเเละตรงกับที่ต้องการมากขึ้น เช่น Tellscore จะมีระบบ filter (อายุ เพศ ที่อยู่ ความสนใจ เเละ keyword) ที่ใช้กรองหา Micro influencer ที่เราต้องการได้ เป็นต้น

เลือก Micro influencer ให้ตรง Channel : หลายๆ เเบรนด์ยังคงไม่เข้าใจความต่างของพฤติกรรมผู้บริโภคในเเต่ละช่องทาง social media เช่น Facebook เป็น social ที่คนไทยใช้เยอะสุด โดยพฤติกรรมผู้ใช้จะใช้เพื่อเสพข่าวสาร คุยกับเพื่อนๆ เเละขายของ เหมาะสำหรับการทำการตลาดเเบบภาพรวมทั่วไป (mass-niche) / Instagram ผู้ใช้ส่วนมากเอาไปโชว์ไลฟสไตล์ keep look เน้นภาพลักษณ์ที่ดูดี เหมาะกับการขายของที่ดู premium มากขึ้น ภาพลักษณ์เเบรนด์ที่ดูดีเเละมีตลาดที่ชัดเจน ข้อเสียคือยังใส่ link ที่ caption post ให้กดไปดูหรือ link out ไม่ได้ / Twitter ส่วนใหญ่ผู้ใช้เอาไว้อัพเดทข่าวสารกระเเสรายวัน trend ต่างๆในสังคมออนไลน์ วงการบันเทิง เเละติ่งเกาหลี เเละที่สำคัญผู้ใช้ส่วนใหญ่จะเป็น account หลุม หรือไม่ระบุตัวตนชัดเจน เป็น Avatar จำนวนมาก เหมะาเอาไว้โปรโมทสินค้าทั่วไป ไม่ได้เน้น premium เเละต้องเข้ากับกระเเส ที่สำคัญต้องเตรียมใจรับกับกระเเสที่คาดไม่ถึงในช่องทางนี้ในเเต่ละวันด้วย / Youtube ผู้ใช้จะเน้นการดู content video ที่มีเรื่องราว เหมาะสำหรับการโปรโมท content video เพื่อสร้างการจดจำเเบรนด์ เพราะ Youtube เป็นของค่าย google ซึ่ง link กับเรื่อง search engine by Google ทำให้ content ที่โปรโมทผ่าน Youtuber จะช่วยให้สามารถติดการค้นหา keyword ใน google search ได้ด้วย เหมาะกับสินค้าทุกชนิด โดยเฉพาะ Gadget It, Beauty product, Travel เป็นต้น

LINE ส่วนมากผู้บริโภคจะใช้เพื่อการรับส่งข้อความเป็นหลัก เเต่ปัจจุบัน LINE ก็มี Micro influencer ให้สามารถช่วยโปรโมทได้ด้วยผ่านระบบของ LINE Idol หรือกลุ่มเอเจนซี่ที่เป็น Partner โดย content ของ Micro influencer จะเเสดงผลที่ timeline เเละมีการ boost post ผ่านระบบยิงเเอดของ LINE ที่เรียกว่า LINE LAP / Tiktok เป็นช่องทาง entertainment social ที่เน้นการสร้าง video clip ในการสื่อสาร ผู้ใช้มีหลากหลายส่วนใหญ่จะเป็นเด็กวัยรุ่น เหมาะกับเเบรนด์ที่ mass เเละไม่ได้โฟกัสเรื่องภาพลักษณ์หรือกำลังซื้อมากนัก เพราะต้องตลาดบน Tiktok ค่อนข้างมีความ local กว่า Instagram เเละ Facebook / อื่นๆ ยังมี social channel อีกมากมายที่มากใช้ Micro influencer ทำการสร้าง content รีวิวให้กับเเบรนด์ได้ เช่น Blockdit (เหมาะกับเเนวบทความโปรโมทยาวๆ) , Clubhouse (เหมาะกับเเนวโปรโมทด้วยเสียง podcast) เเละอื่นๆ เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่า เเต่ละช่องทางมีความหลากหลายมีกลุ่มผู้ใช้ที่มีพฤติกรรมเเตกต่างกันไปประจำอยู่ในเเต่ละ platform การจะจ้าง Micro influencer ไปทำรีวิวในเเต่ละช่องทางต้องวิเคราะห์องค์ประกอบให้เหมาะสมก่อนถึงจะคุ้มค่า 

บรีฟ Micro influencer ให้ถูกจุด เเละต้อง Real : การบรีฟต้องบรีฟภายใต้ความเข้าใจว่า Micro influencer คือ consumer (ผู้บริโภคคนหนึ่ง) สิ่งที่เค้าจะทำรีวิวได้คือทำออกมาในเเบบผู้ใช้จริง ลองจริง ใช้เวลากับสินค้านั้นจริงๆ เเล้วมาสรุปผลลัพธ์ให้คนรอบๆ ตัวเค้าได้รู้จักข้อดี ข้อเสียของมัน ความ Real ของเนื้อหาจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะฉะนั้นบรีฟที่ให้ Micro influencer จึงต้องมีความเปิดกว้าง, ไม่ fixed ไป, ไม่อวยเกินไป, มีพื้นที่ให้เค้าได้เเสดงความคิดเห็นในเเบบลูกค้าจริงๆคนหนึ่ง เเละต้องยอมรับในคุณภาพของ production content ได้ว่า มันอาจจะไม่ได้สวยงามเหมือนที่จ้าง Macro influencer หรือ creator ทำให้ 

จำนวนต้องเหมาะสม เเละต้องต่อเนื่อง : ชื่อก็บอกอยู่เเล้วว่า Micro influencer การจะใช้เพียง 1-2 คนรีวิวเเล้วจะหวัง impact เเบบ Macro influencer คงจะไม่เหมาะสม เพราะฉะนั้นการใช้ Micro influencer จึงต้องใช้จำนวนมากๆ เพื่อสร้างกระเเสเเละ KPI ที่คุ้มค่า ถ้าถามว่าต้องเท่าไหร่ คือ จำนวนที่เหมาะสม จากประสบการณ์ส่วนตัวเเอดมินเเนะนำว่า ถ้าใช้ Micro influencer follower หลัก 1,000-10,000 ทำรีวิวในรูปเเบบภาพหรือวีดีโอไม่ควรต่ำกว่า 30-50 คน จะได้ค่าเฉลี่ย Organic KPI ที่ดี ในขนาดที่ถ้าใช้ทำการ share content เพื่อบอกต่อ 100 คนขึ้นไปถึงจะรู้สึกว่าเหมาะสมในเชิง Value KPI ทั้งนี้จำนวนการใช้จะขึ้นกับปัจจัยดังนี้ ;วัตถุประสงค์ (Objective) , งบ (Budget) , ผลลัพธ์ (Organic KPI) ที่ต้องการ เเละความสัมพันธ์ของการตลาดในช่วงเวลานั้นของทางเเบรนด์ เช่น มีการใช้ดาราโปรโมทอยู่ด้วย มีการยิงเเอดโฆษณาด้วย เเละอื่นๆ เป็นต้น 

ความต่อเนื่องก็เป็นสิ่งสำคัญการใช้ Micro influencer ครั้งเดียวจบสามารถทำได้ เเต่ถ้าเราอยากให้เกิด voice online ที่พูดถึงเเบรนด์ของเราตลอดเวลาเเบบ Always on content เราควรใช้อย่างต่อเนื่องทุกๆเดือน ให้เกิดเสียงสะท้อนที่มีต่อการรีวิวสินค้าจากเเบรนด์ตลอดทั้งปี ตรงนี้จะได้ในเเง่ Awareness เเละความน่าเชื่อถือ

ควรใช้ผสมผสานกับ Influencer Tier อื่นๆ : หากเเเบรนด์พอมีงบการตลาดที่มากพอ การทำ Influencer marketing ที่ดีที่สุดก็คือการทำเเบบผสมผสานครบทุก tier ยกตัวอย่าง เเบรนด์อาจจะใช้ดารามาเป็นเเก่นใหญ่ในการสื่อสารเเบบ Mass ออกไปส่วนนี้จะได้ทั้งกระเเส online – offline ในการจดจำเเบรนด์เเต่ผู้บริโภคอาจจะยังไม่เชื่อใจว่าสินค้าดีจริง ตรงนี้เเบรนด์จะได้หลักคือ wide awareness / เเละใช้ Macro influencer ทำเนื้อหาที่น่าสนใจเพื่อเจาะลึกไปยัง benefit ของสินค้าเเละบริการนั้นๆ ตรงนี้เเบรนด์จะได้เรื่องการ education สินค้าไปยังผู้บริโภคให้สนใจว่ามันดีอย่างไร ใช้อย่างไร / ต่อมาใช้ Medium – Micro influencer ตอกย้ำผู้บริโภคสร้างรีวิวสินค้าในเชิงผู้ใช้จริงต่อยอดจากที่ดารา เเละ Macro influencer ที่นำเสนอไป ตรงนี้จะได้เเก่น Engagement เพราะสื่อสารกับเพื่อนๆ เเละคนรอบตัวซึ่งเป็น target ที่ลึกสุดเเละใกล้เคียง Sales Funnel มากที่สุด / ซึ่งในทุกๆเเก่นสามารถสื่อสารผสมผสานกับการทำโปรโมชั่นลดเเลกเเจกเเถมเข้าไปด้วยได้ใน message ที่ให้ influencer สื่อสาร เพื่อสร้างในส่วนของเเก่น Purchase ให้เกิดขึ้นได้ด้วย 


REF: Tellscore

การสร้างเเรงจูงใจในการทำยอดขายให้กับ Micro influencer : เราสามารถเปลี่ยน Micro influencer ที่เราใช้รีวิวให้เป็น Sales ให้เราได้ด้วยการให้ incentive หรือส่วนเเบ่งจากยอดขายที่เกิดจากการรีวิว (คล้ายๆ affiliate marketing) เช่น เราใช้ Micro influencer ทำรีวิวโดยเราให้ promotion code ส่วนลดพิเศษไปโปรโมทด้วย ถ้าเกิดยอดขายจากการมีคนมาซื้อของด้วย code นี้ เราก็ให้ส่วนเเบ่งตอบเเทนกับ Micro influencer ที่ช่วยรีวิวเเละโปรโมท code นี้ด้วยได้ ก็จะสร้างเเรงจูงใจให้ Micro influencer รู้สึกอยากเชียร์ขายของมากยิ่งขึ้น 

การใช้ Micro influencer ซ้ำบ้างก็มีความหมาย : การใช้ Micro influencer คนเดิมที่ทำงานดีซ้ำๆ ก็อาจจะเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะทำให้คนอื่นมองว่า Micro influencer คนนี้ Loyalty กับเเบรนด์ คงรักเเละอินกับสินค้าของเเบรนด์จริงๆ เลยโพสต์เเต่เเบรนด์นี้ตลอด หรือทำให้ Micro influencer คนนั้นกลายมาเป็นลูกค้าจริงๆ ของเเบรนด์ซะเองก็ได้ เป็นต้น การเปลี่ยน Micro influencer ไปเรื่อยก็ไม่ได้ผิดอะไรถ้าต้องการความหลากหลาย เเละถ้าบางคนทำงานได้ไม่ดีพอกับการจ้าง

ไม่ไหวอย่าฝืนใช้ Micro influencer : กรณีที่สินค้ามีความ Niche target มากๆ ก็ไม่ควรดิ้นรนถึงขนาดต้องไปหา Micro influencer มาให้ตรงเป๊ะๆ เพื่อสื่อสารรีวิวให้ดูน่าเชื่อถือ เช่น สินค้าเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพ เเบรนด์ก็อยากให้ Micro influencer ที่เป็นเกษตรกรทำเกี่ยวกับการหมักปุ๋ยจริงๆ มาทำรีวิวใช้งานให้ดู หรือสินค้าเป็นเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ก็ไปหานักวิจัยอวกาศมารีวิวให้ได้ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เเม้จะตรงจุด เเต่ก็เฉพาะทางจนเกินไป เเละยากต่อการทำงานจริงในการหา Micro influencer จำนวนมากมารีวิว สิ่งที่เเบรนด์ควรทำคือ มองภาพกว้างเข้าไว้จะดีกว่า ในเมื่อเป็นสิ่งที่เฉพาะทางมากๆ ก็อาจจะไปเน้นใช้ Expert influencer ผู้ชำนาญเฉพาะทางมารีวิวให้ หรือใช้การยิงเเอดเข้ามาช่วย เเละอาจจะเปิด Mass ไปเลยเพื่อเรียกกระเเสให้คนรู้จักเยอะๆ จะดีกว่ามองว่า สินค้าของตัวเองมันเฉพาะทางก็ปิดเงียบให้มันลึกลับไปอย่างนั้นเรื่อยๆ เพราะถ้าเรามองว่า ทุกคนมีช่วงเวลาส่วนตัวใครจะไปรู้ว่า นักบินอวกาศเวลาว่าง เค้าก็อาจใช้ชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไป, เล่น social media, ดูดารา, ดูเพจในกระเเสเหมือนคนปกติ การที่เราเปิด mass ก็มีสิทธิทำให้คนที่ niche มากๆ รู้จักเเบรนด์เราได้เช่นกัน 

ทั้งหมดนี้ก็คือความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ Micro influencer ส่วนตัวเเอดมินมองว่า Micro influencer ยังคงอยู่ได้เรื่อยๆ เเต่อาจจะไม่ได้ดูน่าเชื่อถือในเชิงพฤติกรรมรีวิวจริงๆเเบบเหมือนก่อนมากนัก เเต่ยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักการตลาดอยู่เสมอ ถ้ามองว่าคือ Human Ads ที่ได้ทั้ง content (ที่เเบรนด์ไม่ต้องผลิตเอง) เเละ Organic KPI เสริมกับ Paid media ก็ยังเป็นกลยุทธที่น่าใช้อยู่สำหรับการโฆษณา หากมีข้อสงสัยหรืออยากสอบถามเพิ่มเติมให้ช่วยเเนะนำ ติดต่อเเอดมินได้ที่ contact ที่ระบุไว้ ขอให้สนุกกับการ influence นะทุกคน

เคล็ดไม่ลับ Micro influencer เเละคำถามที่พบบ่อย

ถ้างบไม่เยอะ เเบรนด์ก็ยังไม่ติดตลาด สินค้าก็พึ่งออกใหม่ จะใช้ Micro influencer ยังไงดี

คำตอบ : ถ้ายังไงก็อยากใช้ เเละอยากให้คุ้มค่าที่สุด เเอดมินเเนะนำว่า ให้ใช้เเบบนำมาเป็น Testimonial ให้กับเเบรนด์ของเราดีสุด หมายถึง เราอาจจะจ้าง Micro influencer 2 เเบบ เเบบเเรกคือ Blogger หรือ Youtuber อาจจะเป็น blogger เล็กๆไม่เเพงมาก ให้เค้าเขียนรีวิวลงเว็บของเค้า (หรือ Youtube) เเละโพสต์ลง Social media ของเค้า ส่วนนี้จะได้เรื่องการ support search engine ของ Google ทำให้อย่างน้อยช่วงเเรกมีคนสนใจสินค้าของเราเเล้วไปค้นหาใน Google ดูเค้าก็สามารถเจอรีวิวจากเราได้ เพราะ Google คนละค่ายกับ Facebook รีวิวบน Facebook จะไม่ค่อยติดการค้นหาใน Google / เเบบสองคือ Micro influencer ทั่วไปใน Social media ที่เราต้องการ (ควรเป็นช่องทางเดียวกับ social media ที่เเบรนด์มีเพจบริษัทอยู่) ให้ Micro influencer ทำรีวิวปกติ เเล้วขอภาพกับเนื้อหาที่เค้าทำเอามาลง เพจของเเบรนด์ เเละเว็บไซต์เเบรนด์ เพื่อสร้าง Testimonial เสียงจากผู้ใช้จริง เพื่อให้ผู้บริโภคที่สนใจได้เห็นว่า มีคนใช้จริงเเล้วมารีวิวด้วยก็จะสร้างความน่าเชื่อถือต่อตัวเเบรนด์ของเราได้โดยเฉพาะช่วงเปิดใหม่ๆ ส่วนจำนวนการใช้ก็ตามงบ เเต่เเนะนำว่า 10 คนน่าจะเหมาะสม (ถ้า follower 1,000 – 10,000.- อาจจะตกจ้างคนละ 500 – 1,000.-)

สร้างกระเเสด้วย Micro influencer ยังไงดี เกิดภาพจำได้ดีสุด

คำตอบ : ถ้าเอา tip ที่เราเคยเห็นกันจากการใช้ Micro influencer เเล้ว success มาเเนะนำคงจะเป็นกลยุทธจ้างไปรีวิวที่หน้างาน (ต่อเเถวซื้อของ ไปกินที่ร้าน ไปร่วมกิจกรรมจริงๆ) การรีวิวที่หน้างานในรูปเเบบเหล่าจะได้ภาพ ซึ่งเเบรนด์สามารถเก็บภาพมาประชาสัมพันธ์ต่อได้ใน online เเละได้กระเเสความฮือฮาเสมือน Flash mob ย่อยๆเลยทีเดียว ลองคิดดูว่า เราเปิดร้านอาหารหรือคาเฟ่ใหม่มีคนมาต่อคิวซื้อเเถวยาวยังไงก็เป็นข่าวเเน่นอน

จะหา Micro influencer จากไหนได้บ้าง

คำตอบ : ถ้าหาเองทำเองไม่ผ่านเอเจนซี่ก็ทำได้หลายทาง เช่น direct message ตรงไป inbox ไปหาคนที่เราสนใจจ้าง , ไปลงประกาศตาม Group influencer รีวิวต่างๆ (ค้นหาที่ Facebook พิมพ์ว่า หางานรีวิว เดี๋ยวก็มีให้เลือกเพียบ) , หาจากกลุ่มเพื่อนๆโพสต์ใน feed เป็นต้น ในกรณีที่มีงบก็ใช้เอเจนซี่เพื่อความสะดวกได้ เจ้าที่เเนะนำดังนี้

กรณีเป็นรูปเเบบ automation platform : Tellscore, Revu, Any Tag (Casting Asia)
กรณีกึ่งๆ Manual : Motive influencer, Buddy review, Taiko, เปิดโลก KOL

Thank you for original picture REF:

Picture 1 edit from
SSENSE.com and ego (from Pinterest)
Picture 2 edit from freepik.com : link
Picture 3 edit from Théâtre du Mouvement – Catherine et l’armoire, 1985
Picture 4 from Tellscore.com : link

error: Content is protected !! (โปรดติดต่อเราถ้าต้องการความช่วยเหลือ)