การยิงเเอด (Ads) ไม่ใช่ทุกสิ่งในจักรวาลของการขายของให้ปังบนออนไลน์

     บ่อยครั้งที่เรามักจะได้ยินว่า การยิงเเอดเพื่อโปรโมท brand, สินค้า เเละบริการของเราจะนำมาซึ่งยอดขาย หรือสร้างผลลัพธ์ในเชิงบวกของธุรกิจให้กับเราเสมอ ยิ่งกลุ่มเเม่ค้าออนไลน์ หรือผู้ประกอบการ (SME / sSME) ก็ต่างหันมาเน้นในส่วนนี้เป็นอย่างมาก เรียกว่าเป็นของที่ต้องมีในการทำการตลาดออนไลน์อันดับต้นๆเลย จนส่งผลให้มีนักยิงเเอด (Media planner / Media Optimize) จำนวนมาก (ทั้งตัวจริง ตัวปลอม) หันมาสร้างงาน สร้างอาชีพกันอย่างมากมายในปัจจุบัน

ด้วยคำโปรยที่เย้ายวนใจนักการตลาดมือใหม่ เช่น รับยิงเเอดสร้างยอดขายถล่มทลาย, รับยิงเเอดให้ออเดอร์เข้ารัวๆ ทัก inbox จนตอบไม่ไหว หรือเเม้กระทั่งรับยิงเเอดสายเทา สายมืดก็มี บทความนี้เเอดมินจะขอเล่าจากประสบการณ์ตรงส่วนตัวที่ทำงานให้ทั้งเเบรนด์ใหญ่ เเละเเบรนด์เล็ก เพื่อเป็นเเนวทาง เเละความรู้เรื่องการยิงเเอดให้สำหรับนักการตลาดเบื้องตัน เเบ่งเป็น 2 ส่วนสำคัญคือ รู้จักภาพรวมของเเอดโฆษณา เเละสิ่งที่มีผลกับเเอดโฆษณา

ภาพรวมของการยิงเเอดโฆษณา

การยิงเเอดโฆษณา หรือ Paid Media คือ การใช้ประโยชน์จากเครื่องมือโฆษณาบนออนไลน์เพื่อกระจายเนื้อหา (content) ที่เราต้องการสื่อสาร หรือโปรโมทสิ่งต่างๆ ไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการ ผ่านการตั้งค่า (setting) ที่ระบบหลังบ้านของเครื่องมือนั้นๆ โดยหลักการของการตั้งค่ามักจะมีรูปเเบบของ topic ไม่ต่างกันมากนัก ดังนี้

เลือก objective (วัตถุประสงค์ของการยิงเเอดในครั้งนี้ว่าเราอยากได้อะไร สร้างการรับรู้ (awareness), สร้างการเข้าถึง (reach), สร้างการมีส่วนร่วมกับ content (engagement) หรือสร้างผลลัพธ์ด้าน conversion ซึ่งจะเเบ่งเป็น click, installation app, inbox, lead generation เเละอื่นๆ เป็นต้น

เลือกกลุ่มเป้าหมาย (Target) ก็จะเป็นการตั้งค่า demographic คนที่เราต้องการเช่น อยากได้อายุเท่าไหร่ (Age), เพศอะไร (Gender), อยู่เเถวไหน (Location), สนใจเรื่องอะไร (interest) หรือจะระบุเเบบเฉพาะ look alike audience เช่น อยากหาคนที่คล้ายๆเพจคู่เเข่ง อยากหาคนที่ใกล้เคียงการตั้งค่าเก่า หรือระบุ Email – เบอร์โทร เพื่อยิงเเอดไปยังคนนั้นตรงๆเลยก็ทำได้

เลือกช่วงเวลา (Time & Period) ที่ต้องการเเสดงเเอด สามารถกำหนดวันเริ่ม วันสิ้นสุด ช่วงเวลาที่เเสดงผล ได้เเบบรายนาทีเลยทีเดียว

เลือกตำเเหน่งแอด (placement) ที่จะเเสดงผล เช่น ใน Facebook ก็จะมีทั้งเเสดงที่ feed ตรงกลาง, เเสดงที่เเถบด้านข้าง, เเสดงเเทรค in-stream ระหว่างวิดีโอเล่น, เเสดงบน story หรือไปโผล่ใน IG ก็ทำได้ ซึ่งตำเเหน่งการโชว์เเอดของเราจะเเตกต่างกันไปตาม platform ของเเต่ละเจ้าที่เราใช้งาน หรือจะให้ข้าม platform ก็มีวิธีการที่ทำได้หลากหลาย เช่น ติด pixel เพื่อสร้างการ retargeting (ให้เเอดตามหลอนไปในช่องทางต่างๆที่ลูกค้าเคยเข้าไปดู) หรือใช้ประโยชน์จาก url link ไปทำการเชื่อมโยงให้ click จากเเอดไปก็ทำได้

เลือกงบประมาณ (Budget) อยากจะโปรโมทโฆษณา หรือเนื้อหา content นั้นๆของเราด้วยเงินค่าโฆษณาเท่าไหร่ ซึ่งตรงนี้ก็จะมีผลกับ KPI พอสมควร เเละมีขั้นต่ำที่เเตกต่างกันไปในเเต่ละ Platform รวมไปถึงมีเรื่องเงื่อนไขของการ Bidding งบประมาณในการซื้อแอดด้วย

อื่นๆ (Special feature) หลายๆ Platform ก็จะมี function พิเศษอื่นๆ เช่น LINE LAP สามารถยิงเเอด Broadcasting message ไปที่ผู้ติดตาม (follower) ได้โดยตรง , Twitter สามารถซื้อ Hashtag trends ในเเต่ละวันได้ เป็นต้น เเต่หลักๆ เเล้วการตั้งค่าจะมี pattern หัวข้อการเลือกประมาณที่กล่าวไว้ ยกเว้นการทำ Search marketing & GDN ที่ตั้งค่าผ่าน Google adwords ก็จะมีรูปเเบบการ setting ที่เเตกต่างกันกับกลุ่ม social media platform ไปบ้างในบางส่วน

จากที่อธิบายไปข้างต้น จะเห็นว่า การยิงเเอดก็คือการกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้กับโฆษณาของเรานั้นเองว่า จะส่งมันไปที่ใคร / เพื่อหวัง KPI อะไร / ด้วยเงินโฆษณาเท่าไหร่ เพื่อให้เนื้อหา content ของเราเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากที่สุดนั้นเอง

เเต่เเล้วตรงไหนคือการนำมาซึ่งยอดขายละ การเห็นเยอะๆงั้นหรือ, การคลิกบ่อยๆงั้นหรือ หรือการได้ยอดวิวเยอะๆ “คำตอบคือไม่ใช่” Programmatic Ads ที่ทำหน้าที่ยิงโฆษณาไม่ได้เป็นปัจจัยเเรกของการสร้างยอดขาย เเต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของการสร้างยอดขายคือ Content เนื้อหาโฆษณา เเละ Brand image ต่างหาก

สิ่งที่มีผลกับเเอดโฆษณา

Brand Image / Brand personality / Brand identity / ภาพลักษณ์เเละองค์ประกอบความเป็นเเบรนด์ จะเป็นสิ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจที่จะซื้อสินค้า เเละใช้บริการของผู้บริโภคเป็นอย่างมาก เเบรนด์ที่มี branding ที่เข้มเเข็ง มีอัตลักษณ์ที่โดดเด่นจะเป็นตัวกำหนดความสนใจ เเละความภักดีต่อเเบรนด์ของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี (Loyalty)

Product & Service คุณภาพสำคัญมากสำหรับผู้บริโภค เพราะถ้าของไม่ดี เเต่คุณสามารถสร้างภาพลักษณ์ให้เเบรนด์ได้ดี, ยิงเเอดดี, โปรโมชั่นเเน่น เเน่นอนมันก็สามารถสร้างยอดได้ เเต่มันจะเป็นเพียงระยะสั้นๆเท่านั้น สุดท้ายผู้บริโภคจะกลับมาซื้อซ้ำหรือไม่คุณภาพของสินค้าเเละบริการก็เป็นตัวตัดสิน

Price & Place ราคาเเละช่องทางจัดจำหน่าย ส่วนนี้มีผลต่อการตัดสินใจซื้อเช่นกัน หากสินค้ามีราคาที่สูงไปเเล้วเรายิงเเอดไปที่ Target Low profile (รายได้น้อย) ก็ยากที่จะได้ยอดขาย หรือราคาสินค้าถูกมากเเต่หาซื้อยากก็มีผลกระทบเช่นกัน ในส่วนนี้การ set Ads ก็ต้องสัมพันธ์กับองค์ประกอบเรื่อง income & location ด้วย (ปัจจุบันมีช่องทาง delivery มาเชื่อมต่อในส่วนของการจัดจำหน่ายซึ่งก็ช่วยเเก้ปัญหาเรื่องสถานที่ซื้อได้มากขึ้น)

Promotion & Privilege สำหรับอะไรที่ต้องการยอดขาย สิ่งนี้สำคัญมากกับการยิงแอดในปัจจุบัน Promotion หรือส่วนลดพิเศษสามารถสร้างเเรงจูงใจ เเละเกิด call to action ที่จะนำไปสู่การซื้อได้ดีมากในเชิงการตลาดทั้งออนไลน์เเละออฟไลน์ เพราะถ้าคุณโปรโมทโฆษณาออกไปเเต่สินค้านั้นๆ กลับมีราคาไม่เเตกต่างกับช่วงเวลาปกติ มันก็ทำให้ผู้บริโภครู้สึกไม่จูงใจ ไม่ต้องรีบไปซื้อก็ได้เพราะราคาก็เท่าเดิม ไม่มีอะไรพิเศษมาเป็นเงื่อนไขในการบีบการตัดสินใจ

Content เนื้อหาต้องเข้าถึงผู้บริโภค น่าสนใจ เเละเข้าใจง่าย หากเนื้อหาเเย่เข้าใจยาก เเม้จะยิงเเอดดีขนาดไหนก็เสียเปล่า เหมือนส่ง content ที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกเเย่เเละอาจจะนำมาสู่การ report หรือ block ได้

Always on ความสม่ำเสมอต่อเนื่องของการโฆษณาเป็นสิ่งสำคัญ บางคนยิงเเอดไปครั้งสองครั้งก็หวังยอดถล่มทลายเลย ซึ่งเป็นปกติของความคาดหวัง เเต่ต้องมองในความเป็นจริงว่า เเบรดน์ที่ยั่งยืน เเบรนด์ที่สร้างยอดมายาวนาน เค้าใช้เวลามานานขนาดไหนในการสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ ซึ่งปัจจุบันออนไลน์ถือว่า เข้ามาช่วยลดระยะทางให้กับผู้ประกอบการได้เร็วขึ้นกว่าเเต่ก่อนมากเเล้ว

Budget งบประมาณเป็นสิ่งสำคัญ การโฆษณาต้องใช้งบในการยิงเเอด ยิ่งเราเป็นสินค้าที่ mass เเละมีการเเข่งขันสูงงบที่ใช้ยิ่งต้องสูงตาม เพราะการยิงเเอดจะเป็นรูปเเบบการ bidding หมายถึง ถ้ามีคู่เเข่งที่ตั้งค่า setting Ads คล้ายๆ กับเรา (หรือคือคู่เเข่งเรา) ระบบจะให้ค่ากับคนที่ลงงบมากกว่าเป็นหลักก่อนในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งหลายคนอาจจะเคยเกิดปัญหา Ads ไม่รันเพราะงบไม่ถึงขั้นไป bidding สู้กับคู่เเข่งในช่วงเวลานั้นมาเเล้ว

Competitor คู่เเข่ง ในเชิงการตลาดออนไลน์ความไวเป็นสิ่งสำคัญ หากคู่เเข่งทำการโปรโมทก่อนด้วยองค์ประกอบที่คล้ายๆ กับเรา ก็อาจจะเเย่งชิงยอดขายไปได้ก่อน ยิ่งเคลมก่อนผ่านการโฆษณาออนไลน์ยิ่งทำให้ได้เปรียบ เพราะระบบจะบันทึก data เข้าสู่ Networking ทำให้ผู้บริโภคมาค้นหา search ranking หรือการค้นพบข้อมูลก่อนก็จะได้เปรียบก่อน ยังไม่นับเรื่องที่บางเเบรนด์ใช้วิธีการซื้อ keyword (SEM) ดักการค้นหาของลูกค้าเราไว้อีกด้วย

อื่นๆ รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ เเต่สำคัญ เช่น Sizing ของ Ads / จำนวน Text / channel / influencer review เเละอื่นๆ ก็มีส่วนต่อประสิทธิภาพของการยิงเเอดโฆษณาเช่นกัน

ทั้งหมดนี้ คือ ปัจจัยเบื้องต้นที่ส่งผลต่อการยิงเเอดโฆษณาให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งถ้าเราทำความเข้าใจเบื้องต้นก่อนว่า ต้นทางของสิ่งที่เเบรนด์จะโฆษณาต่างหาก คือ สิ่งที่จะนำมาซึ่งยอดขาย หากเเบรนด์ภาพลักษณ์ไม่ดี, สินค้าไม่มีคุณภาพ, เนื้อหา content ที่โฆษณาไม่สื่อถึงกลุ่มเป้าหมายไม่น่าสนใจ ต่อให้ยิงเเอดเก่งเเค่ไหนก็ได้ผลลัพธ์ที่ไม่ลงตัวอยู่ดี เเละจะทำให้เสียเงินลงโฆษณาไปเเบบไม่คุ้มค่า หากต้องการสอบถามเพิ่มเติมหรือให้อธิบายให้ฟังเบื้องต้นสามารถติดต่อเเอดมินได้ครับ ตาม contact ที่ลงไว้ในเว็บ ขอให้ทุกท่านโชคดีค้นพบสูตรสำเร็จในการยิงเเอดของตัวเองได้ยอดดังใจเน้อ

เคล็ดไม่ลับกับคำถามที่พบบ่อยในออนไลน์

1) Boost Post Page กับ Promote Ads Facebook ไม่ใช่การยิงเเอดอันเดียวกันนะ มีหลายคนเข้าใจผิดกันเยอะมากว่า การ Boost Post ในเพจเลยคือ การยิงเเอดจริงๆ

คำตอบ : มันคือการยิงเเอดอย่างหนึ่ง เเต่ไม่ใช่การยิงเเอดเเบบเต็มรูปเเบบของระบบ Facebook เพราะการยิงเเอดเต็มรูปเเบบของระบบ Facebook ต้องทำผ่าน programmatic tool ที่ชื่อว่า Facebook ad manager (click เพื่อเข้าใช้) ที่สามารถตั้งค่าให้หลากหลายกว่า ละเอียดกว่า เเละที่สำคัญลดงบประมาณได้มากกว่า เพราะ Boost post page เพื่อโปรโมทโพสต์เเบบปกตินั้นจะเป็นการโฆษณาโพสต์ที่เราเลือกไว้เท่านั้น Facebook สร้างไว้เพื่อความสะดวกสบายเป็นหลัก เเละ Facebook ad manager จะทำงานร่วมกับ Business Facebook (click เพื่อเข้าใช้) เอาไว้ตั้งค่าบัญชีผู้ใช้ สร้าง Account ต่างๆ เเละจัดการภาพรวมด้านการเงิน เเละข้อมูล (ซึ่งปกติเอเจนซี่ต่างๆที่ทำเรื่อง paid media ให้เเบรนด์จะใช้ส่วนนี้ในการดูเเล account ต่างๆให้ลูกค้า) 

2) เวลากูรูหรือคนที่รับยิงเเอดมานำเสนอบริการรับยิงเเอดกับเรา เราควรจะต้องได้ข้อมูลอะไรจากเค้าบ้าง

คำตอบ : KPI & Budget ต้องสัมพันธ์กันเเละคุ้มค่า ซึ่งตรงนี้ทางนั้นต้องสามารถเเจ้งรายละเอียดก่อนการตกลงจ้างไม่ใช่มาเเจ้งตอนจ้างเเล้ว หรือทำสัญญาเเล้ว ในเชิงการซื้อ Media จะตัดสินกันตรง KPI ตัวเลขเป็นหลัก คำโปรยพวกสร้างยอดขาย สร้างออเดอร์นั้นนี่ ไม่ต้องสนใจ ให้โฟกัสเลยว่า เราจะได้อะไรบ้างในเชิง Media จริงๆ เค้าจะ Setting กำหนดประมาณไหน กลุ่มเป้าหมายอย่างไร Analytic วิเคราะห์ข้อมูลของเเบรนด์เรา เเละการโฆษณาของเราอย่างไร ตรงนี้ต้องมี เพราะถ้าเค้าไม่มีเเล้วเอาเเต่อ้าง pattern เดิมๆว่า เคยยิงมาเเบบนี้ใช้ setting เดิมนี้เเหละไปยิงเเบบนั้นคงไม่ใช่ มันต้องวิเคราะห์ให้ตรงกับเเบรนด์สินค้าของเรา ถึงจะเอาข้อมูลมา setting Ads ได้ถูกจุด

เพราะพวก Media planner ปลอมก็มีเยอะที่เน้น KPI ตัวเลขเยอะๆหลอกลูกค้า ถึงเวลาจริงๆคือ เปิด mass ไม่จำกัด Target ให้ตรงจุดเลย เเล้วมาอวดว่า KPI ว่าได้เยอะ สามารถสร้าง CPR, CTR, CPM, CPC ได้ตั้งมากมายอันนี้ก็ไม่ถูกต้องเช่นกัน และถ้าเจ้าไหนโปรยว่าสร้างยอดขายได้จริงให้เค้า commit ยอดมาให้เลยตั้งเเต่เเรกว่าจะได้เท่าไหร่จากเงินที่ลงทุนไปในเชิง ROI ถ้าทำไม่ได้ก็คือไม่ควรใช้บริการ เพราะในเชิง Media ปัจจุบันการ commit ยอดขายได้ยังไม่มีระบบไหนทำได้ ทำได้เพียงการ Estimate คาดการณ์เท่านั้น ถ้าเข้าใจปัจจัยเบื้องต้นทุกคนก็สามารถยิงเเอดได้ เเละใน Youtube ก็มีผู้เชี่ยวชาญหลายท่านที่สอนเอาไว้ให้ศึกษากันเยอะมาก

Thank you for original picture REF:

Picture 1 edit from
Matthias Kinnigkeit artist (from pinterest)
Mafia Gangster – Mark Beerdom (from pinterest)
1960 raiding the mint by Artist Mort Kunstler
Picture 2 edit from free vector: link

error: Content is protected !! (โปรดติดต่อเราถ้าต้องการความช่วยเหลือ)